News Update

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยโตแกร่ง พลิกโฉมความคาดหวังผู้บริโภค สอดรับแผน PETOUR เตรียมเปิดฐานการผลิตในประเทศ

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่มิติการเติบโตครั้งสำคัญ จากจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผสานกับเทรนด์ ‘Pet Humanization’ ที่คนยุคนี้ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในปี 2568 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าแตะราว 46,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากแรงหนุนของจำนวนสัตว์เลี้ยงและความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ไทยยังตอกย้ำภาพการเป็นฐานการผลิตสำคัญในระดับโลก โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ชี้ว่า ในปี 2568 ไทยยังคงยืนหนึ่งในฐานะผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก ด้วยส่วนแบ่ง 10.2% ของมูลค่าการส่งออกทั่วโลก การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ได้หล่อหลอมให้กลุ่ม ‘Pet Parents’ ชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจและพิถีพิถันในการเลือกสรรมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนผ่านจากการดูแลขั้นพื้นฐาน สู่การตรวจเช็กข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ความสมบูรณ์ของโภชนาการ ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบและพิสูจน์ได้จริง


ท่ามกลางตัวเลือกและคำเคลมทางโภชนาการที่มีอยู่เต็มท้องตลาด การตัดสินใจอย่างรู้เท่าทันของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในวันนี้ จึงต้องมองให้ลึกไปกว่าภาพสวยหรูหรือคำโฆษณาด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ช่วยสะท้อนคุณภาพที่แท้จริงได้รอบด้าน คือการพลิกอ่านฉลากวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ (Guaranteed Analysis), การเช็กเลขทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะจากหน่วยงานภาครัฐ, การมองหาความสมดุลของสารอาหารองค์รวมที่เหมาะกับช่วงวัย มากกว่าจะโฟกัสเพียงสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งหรือวัตถุดิบเดี่ยวๆ ตลอดจนการดูผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการอิสระที่น่าเชื่อถือ


ผลิตภัณฑ์ภายใต้ PETOUR คว้ายอดขายเชิงปริมาณ (Sales Volume) อาหารแมวเม็ดเป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568 (จากข้อมูลสำรวจของ Frost & Sullivan, SEA Dry Cat Food Sales Volume, 2025 สำรวจเสร็จสิ้น ก.พ. 2569) มองว่าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคครั้งนี้ สอดคล้องกับหัวใจหลักในการทำงานของแบรนด์อย่างยิ่ง ภายใต้แนวคิด “Better Care Starts with Better Understanding” หรือการดูแลที่ดีกว่า ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง การันตีด้วยแบรนด์ในเครือที่เพิ่งคว้ารางวัลระดับสากล Orange Dot Award ประจำปี 2026 โดย MR.VET ได้รับรางวัลในหมวด Biotech Innovation และ Bite of Wild ในหมวด Nutrition & Food Innovation ล่าสุด PETOUR ได้นำแนวคิดนี้มาเปิดพื้นที่พูดคุยและจัด เวิร์กช็อปร่วมกับกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงและพาร์ทเนอร์ร้านเพ็ทช็อปในไทยอย่างใกล้ชิด โดยไม่เน้นการโปรโมตสินค้า แต่ชวนทุกคนมาฝึกวิธีอ่านและทำความเข้าใจข้อมูลบนฉลาก เจาะลึกโภชนาการ Guaranteed Analysis พร้อมเปิดดูผลตรวจจริงจากห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากลอย่าง SGS ของ 5 ผลิตภัณฑ์หลักในเครือ PETOUR เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในพารามิเตอร์ที่ตรวจวัดได้จริง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยงได้อย่างมั่นใจ


มร.สตีฟ บุย ผู้ร่วมก่อตั้ง PETOUR International กล่าวว่า “ในวันที่ตลาดโตเร็วมาก แบรนด์มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การส่งของใหม่ๆ ลงสู่ตลาด นั่นคือการทำให้คนเลี้ยงเข้าใจอย่างแท้จริงว่ากำลังให้อะไรกับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง เพราะการดูแลที่ดีกว่าต้องเริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้อง เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนมีสิทธิ์ที่จะถามหาความโปร่งใส และมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามกับคำโฆษณาต่างๆ ซึ่งผมมองว่านี่คือทิศทางที่ดีและสร้างสรรค์มากสำหรับอุตสาหกรรมนี้”


การเปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงและพาร์ทเนอร์ในครั้งนี้ ยังนับเป็นก้าวสำคัญของ PETOUR ในการเตรียมพร้อมขยายธุรกิจในประเทศไทย จากการนำเข้าสู่การปักหลักสร้างรากฐานระยะยาว โดยบริษัทฯ กำลังเดินหน้าสร้างฐานการผลิตในไทย (Local Production) วางเป้าเริ่มเดินสายการผลิตในเดือนธันวาคม 2569 และคาดว่าจะพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ล็อตแรกที่ผลิตในไทยสู่มือผู้บริโภคได้ในช่วงต้นปี 2570 เพื่อรองรับการเติบโต สานสัมพันธ์กับคนรักสัตว์เลี้ยงชาวไทยให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และต่อยอดการพัฒนาสูตรโภชนาการที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านในภูมิภาคต่อไป


ปัจจุบัน PETOUR ยังคงเดินหน้านำเสนอโภชนาการที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน ผ่านแบรนด์เรือธงอย่าง MR.VET ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและระบบย่อยอาหารในชีวิตประจำวัน และ Bite of Wild อาหารแมวเกรดพรีเมียมโปรตีนสูง ปราศจากธัญพืช (Grain-Free) สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเรื่องโภชนาการสัตว์เลี้ยงและความเคลื่อนไหวของบริษัท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://petour.sg/th/

About The Author